ความเครียดกับโภชนาการ

                        ทุกครั้งที่มีความเครียด  ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินออกมามากขึ้นทำให้ความดันโลหิตสูง  หัวใจเต้นเร็ว  กล้ามเนื้อเกร็ง  ระบบย่อยถูกรบกวนการดูดซึมและเก็บสะสมสารอาหารลดลง  ร่างกายจะรับมือกับความเครียดโดยการหลั่งไขมันและน้ำตาลออกมาเพื่อผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น  ทำให้ระดับน้ำตาลและคอเลสเทอรอลในเลือดสูงขึ้น

                ขณะเดียวกันจะมีการใช้สารอาหารที่สะสมในร่างกาย  ยิ่งเครียดมากเท่าไร  สารอาหารที่ถูกสะสมไว้ก็จะถูกดึงมาใช้มากขึ้น  และร่างกายจะสูญเสียสารอาหารเพิ่มขึ้นไปกับปัสสาวะ  จึงทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียหมดแรง  นอนไม่หลับ  ซึ่งก็จะทำให้เกิดสภาพเครียดต่อร่างกายเพิ่มขึ้นกลายเป็นวัฏจักรความเครียด  ร่างกายจะต่อต้านความเครียดได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าร่างกายได้รับการหล่อเลี้ยงจากสารอาหารเพียงพอหรือไม่  ผู้ที่ได้รับสารอาหารเพียงพอ  มีสุขภาพดี  ย่อมรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าผู้ที่ร่างกายขาดสารอาหาร

                นอกจากนี้ฮอร์โมนซึ่งยับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการปกป้องเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่บุกรุกร่างกายจะถูกหลั่งออกมา  ทำให้ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอลง

                อาหารยังมีผลต่อการทำงานของสมอง  โดยเปลี่ยนแปลงสารเคมีที่ทำหน้าที่สื่อสารการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย  รวมถึงควบคุมความรู้สึกอารมณ์  ความตื่นตัว  และการนอนของร่างกาย  อาหารที่รับประทานจึงช่วยลดและเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายได้  ขึ้นอยู่กับชนิดอาหารที่เราเลือกสิ่งที่สำคัญคือ  ควรเลี่ยงอาหารที่สะสมความเครียด  และเลือกอาหารที่มีสารอาหารส่งเสริมอารมณ์ที่ดี  ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและสะสมอาหารที่จะรับมือกับความเครียด

 

อาหารธรรมชาติลดความเครียด

                อาหารที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์  เวลาที่มีความเครียดร่างกายจะต้องการสารอาหารประเภทแอนติออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ (วิตามินซี, อี และเบต้าแคโรทีน)  วิตามินบี  แมกนีเซียม  และสังกะสีเพิ่มขึ้น  การมีโภชนาการที่ดีจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเหล่านี้เพียงพอที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง  กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี  เม็ดเลือดขาว  และเซลล์อื่นๆในระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับคนที่ร่างกายมีภาวะความเครียดสูงจากการเจ็บป่วย เช่น บาดเจ็บ  ผู้ป่วยผ่าตัด  การเสริมอาหารบางชนิดเป็นสิ่งที่จำเป็น  ซึ่งแพทย์มักจะสั่งให้ผู้ป่วยอยู่แล้ว

                คาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี

                คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ร่างกายนำไปสร้างสารสื่อสมองที่ชื่อว่า  เซโรโทนินเวลาที่ลำดับสารตัวนี้ในสมองลดต่ำลงจะทำให้นอนไม่หลับ  ไม่กระฉับกระแฉง  ขาดสมาธิ  และซึมเศร้า  สารเซโรโทนินในสมองสร้างมาจากกรดแอมิโนจำเป็น (จากอาหารโปรตีน)  ที่มีชื่อว่า ทริปโตแฟน  ในกระบวนการผลิดเซโรโทนินจะต้องใช้วิตามินบี6 ด้วย  คาร์โบไฮเดรตที่รับประทานเข้าไปจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน  ซึ่งจะดึงเอากรดแอมิโนตัวอื่นๆที่เป็นคู่แข่งกับทริปโตแฟนในการผ่านข้ามแดนระหว่างเลือดและสมองไปใช้  ทำให้

ทริปโตแฟนแผ่เข้าไปในสมองได้มาก  และถูกเปลี่ยนเป็นเซโรโทนินได้มากขึ้น  เมื่อระดับเซโรโทนินสูงขึ้นก็จะทำให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลาย  ส่วนโปรตีนจะช่วยให้เกิดการตื่นตัว  ฉะนั้นร่างกายต้องการโปรตีนในปริมาณเล็กน้อยที่จะรักษาสมดุลของสารสื่อสมอง  ฉะนั้นอาหารเช้าที่มีโปรตีนเพียงเล็กน้อยร่วมกับอาหารคาร์โปรไฮเดรตไม่ขัดสี  จะช่วยให้ร่างกายคลายความเครียด

                ส่วนน้ำตาล  แป้ง  เป็นคาร์โบไฮเดรตขัดสีซึ่งสูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  แม้จะนำไปสร้างเซโรโทนินได้  แต่สำหลับบางคนอาจทำให้เกิดอาการฉุนเฉียวได้  เซโรโทนินจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นในเวลากลางคืนแต่เวลากลางวันเซโรโทนินที่มาจากการรับประทานคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากๆ เช่น น้ำตาล  โดนัท  เค้ก  พาย  อาจทำให้เกิดอาการอ่อนระโหยโรยแรงหรือหงุดหงิดได้  การกินอาหารโปรตีนร่วมด้วยจะช่วยป้องกันส่วนนี้ได้

                วิตามินอี

                เป็นสารต้านอะนุมูลอิสระ  ช่วยป้องกันความเครียดที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

                วิตามินบี

                วิตามินบีรวมช่วยการทำงานของระบบประสาทในการเผาผลาญอาหารคาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นพลังงาน  เมื่อร่างกายขาดวิตามินบีจะมีผลให้การทำงานของระบบประสาทผิดปกติ  และเพิ่มความเครียดให้กับเซลล์ เช่น เกิดอาการซึมเศร้า  หงุดหงิด

                วิตามินซี

              ระหว่างที่ร่างกายมีความเครียด  เจ็บป่วย  ต่อมหมวกไตจะมีการใช้วิตามินซีมากขึ้น  หากมีความเครียดเรื้อรังจะทำให้ระดับวิตามินซีในร่างกายต่ำลง  ร่างกายจึงต้องการวิตามินซีสูงขึ้น

               นอกจากนี้ระดับวิตามินซีในเลือดต่ำยังพบในผู้ที่เกิดอาการหัวใจวายการได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอในระยะนี้จึงอาจจะช่วยลดอันตรายที่มีผลมาจากฮอร์โมนความเครียด เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลีน  จะช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น  นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและความเสี่ยงการติดเชื้อด้วย

                อาหารที่มีวิตามินซีสูง  ได้แก่  ส้ม  ฝรั่ง  สตรอว์เบอร์รี่  กะหล่ำปลี  พริกหวาน  คะน้า  บรอกโคลี  ผักโขม

แมกนีเซี่ยม

                ขณะที่ร่างกายมีความเครียด  ร่างกายจะสูญเสียแมคนีเซี่ยมและแร่ธาตุอื่นๆไปกับปัสสาวะมากกว่าปกติ  ผู้ที่เจ็บป่วยมีความเครียดทั้งกายและใจมักมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ  ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวช้า

                คนที่มีบุคลิกภาพชนิดเอมักจะเครียดเป็นนิสัย  พบว่าคนพวกนี้มีระดับแมกนีเซี่ยมต่ำลง  มีฮอร์โมความเครียดสูงขึ้น  เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีบุคลิกชนิดบี

                อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง  ได้แก่  เต้าหู้  เมล็ดฟักทอง  เมล็ดพืชไม่ขัดสีถั่วเปลือกแข็งต่างๆ

                สังกะสี

                ในภาวะเจ็บป่วยซึ่งมีสภาวะเครียดทางกาย  ร่างกายมีระดับสังกะสีในเลือดต่ำลง  ซึ่งทำให้ฟื้นตัวช้า  ติดเชื้อเป็นแผลเรื้อรัง  อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้  นอกจากนี้ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเสมอๆ  เช่น นักกีฬา  ร่างกายจะเกิดสภาวะเครียดได้  ทำให้สูญเสียสังกะสีไปกับปัสสาวะมากขึ้น

                อาหารที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะอาหารทะเล  แป้ง  และถั่วต่างๆ

 

 

                                                          แหล่งที่มา : หนังสืออาหารบำบัดโรคกับ AIA  หน้าที่ 71-74


วันที่ 9 ธันวาคม 2554










 
 
 
     100826 users visited  and 1 user online  
Copyright © 2008 M&R Laboratory Co., Ltd. All rights reserved.